วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (Environment Conservation with Economic Instruments)



วรรณพงษ์   ดุรงคเวโรจน์
นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
wannaphong@fispri.org/wannaphongd@gmail.com

___________________________________________________________________________________________________________________________________


           ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ องค์กร กฎหมาย และเครื่องมือทางการคลัง” โดย ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ณ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และต้องขอชมเชยผู้วิจัยเป็นอย่างมากเนื่องจากข้อมูลมีความครบถ้วนและสมบูรณ์
          ในประเด็นเครื่องมือทางการคลัง (Fiscal Instrument) นั้น ได้เน้นไปที่พันธบัตรระบบนิเวศป่าไม้ (Ecosystem Bond) ที่ถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณของรัฐที่จำเป็นจะต้องจัดหาเพื่อบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ กลไกของพันธบัตรสิ่งแวดล้อมเริ่มตั้งแต่การที่มีหน่วยงานหรือองค์กรทำการออกพันธบัตร นอกจากนั้น ยังมีการเรียกเก็บรายได้จากผู้ที่ได้ประโยชน์จากระบบนิเวศต้นน้ำซี่งอาศัยหลักการของการจ่ายตอบแทนการบริการของระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Service: PES) และนำเงินจำนวนดังกล่าวมาจ่ายเป็นผลตอบแทน (Yield) ให้กับผู้ลงทุนในพันธบัตร ซึ่งจะสังเกตุว่าลักษณะของการออกพันธบัตรจะคล้ายคลึงกับพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ หากแต่กรณีของพันธบัตรป่าไม้นั้นไม่มีตลาดป่าไม้ดังเช่นตลาดหุ้น/ตลาดทุน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการออกพันธบัตรเพื่อระดมรายได้แล้ว ยังมีวิธีการอื่นอีกหลากหลาย เช่น การจัดตั้งกองทุนในรูปแบบมูลนิธิ หรือ การเก็บภาษี เป็นต้น
                อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวไม่ได้พูดถึงการใช้เงินทุน/รายได้ที่ได้ด้วยวิธีการต่างๆไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเกิดประโยชน์สูงสุด (Efficiently allocated use) จากการศึกษาเพิ่มเติมจึงขอเสนอให้จัดการเงินทุนเหล่านั้นด้วยเงินอุดหนุนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental Subsidy)[1] ประเด็นของเงินอุดหนุนดังกล่าวมีประเด็นสำคัญอยู่ที่องค์กรที่ระดมทุนจะมอบ (Grant) เงินจำนวนหนึ่งให้กับบุคคลที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม หลักการจะคล้ายคลึงกับ PES แต่ต่างตรงที่มีผู้มอบเงินชัดเจน เช่น หากหมู่บ้าน ก.  ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำสามารถจัดการไม่ให้ขยะไหลเข้ามาปะปนกับสายน้ำ หมู่บ้าน ก. จะได้รับเงินจากองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปใช้จำนวนหนึ่ง เป็นต้น ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญคือเงินที่ให้โดยองค์กรจะต้องมากกว่าต้นทุนของหมู่บ้าน ก. จำเป็นที่จะต้องใช้ในการป้องกันไม่ให้ชาวบ้านทิ้งขยะลงในแม่น้ำ ในบางกรณี ต้นทุนที่แท้จริงอาจเป็นศูนย์แต่จะต้องมีการพิจารณาคือ ต้นทุนที่ไม่อิงราคาตลาดด้วย กล่าวคือ จะต้องมีการประเมินว่า มูลค่าของที่ชาวบ้านจะไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำมีมูลค่าเท่าไหร่? ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะประเมิน แต่ก็มีทางแก้ไขเหมือนกัน เช่น การประเมินมูลค่าที่ไม่ผ่านตลาด[2] (Non-market approach, non market valuation) ซึ่งประกอบด้วยวิธีการวัดความพึงพอใจเปิดเผย (Revealed preference) และ วิธีการวัดความพึงพอใจโดยตรง (Stated preference) เป็นต้น 


          ดังนั้น สามารถสรุปเป็นแผนภาพได้ดังนี้
 
ที่มา: ผู้เขียน


            แหล่งเงินทุน ประกอบด้วย ผู้ลงทุนในพันธบัตรสิ่งแวดล้อม/ผู้จ่ายภาษี/ผู้ให้เปล่าในกองทุน/เรียกเก็บด้วยหลัก PES เมื่อองค์กรสามารถระดมเงินโดยอาศัยเครื่องมือทางการคลังแล้วนั้น จะใช้เงินดังกล่าวไปใน 2 วิธี ประกอบด้วย 1) ใช้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยตรง เช่น การสร้างฝายชะลอน้ำ การจัดจ้างเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลระบบน้ำในหมู่บ้าน เป็นต้น และ 2) การใช้เงินทุนเป็นเงินอุดหนุน โดยจ่ายไปให้กับผู้ดูแลสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 2 วิธีการมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้สัญญาว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมอาจเป็นคนเดียวกันกับผู้ลงทุนในพันธบัตรหรือผู้บริจาคเงินให้กองทุน หรือหากเกิดมลพิษในชุมชนที่อยู่ มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม (Pigovian Tax) เช่นกัน


เอกสารประกอบเพิ่มเติม
          Kete, N. (1994). Environmental policy instrument for market and mixed-market economies.
          Kodonen, K., & Nicodeme, G. (2009). Taxation papers: The role of fiscal instruments in environmental policy. European Commission.
          Patterson, C. D. (2000). Environmental taxes and subsidies: What is the appropriate fiscal policy for dealing with modern environmental problem?. William & Mary Environmental Law and Policy Review, Vol 24 (1).
Stavins, R. N. (2001). Experience with market-based environmental policy instruments.  




[1] ที่มา: http://environment.alberta.ca/01834.html
[2] TEEB. (2010). The Economics of Ecosystems and Biodiversity Ecological and Economic Foundations. Edited by Pushpam Kumar. Earthscan, London and Washington.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น