ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Commodity Transformation การเปลี่ยนแปลงชนิดของสินค้า



Commodity Transformation
photo source:www.abc.net.au

                Commodity Transformation อธิบายการเปลี่ยนแปลงชนิดสินค้าในระยะเวลาชั่วคราวจากสินค้าทั่วไป (Normal Goods) ไปยังสินค้าเสมือนจำเป็น (Necessary - liked Goods) ซึ่งโดยปกติแล้วสินค้าดังกล่าวจะเป็นสินค้าทั่วไป กล่าวคือปริมาณความต้องการซื้อและขายเคลื่อนไหวตามปัจจัยด้านราคาและอื่นๆตามกฎอุปสงค์และกฎอุปทาน (Law of demand and supply) รายได้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณความต้องการ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาอยู่ระดับปานกลางถึงสูงอันเนื่องมาจากสภาวะการแข่งขันที่สมบูรณ์ ( Perfect Competition) หากผู้ขายขึ้นราคา ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนชนิดของสินค้าหรือหันไปซื้อจากผู้ขายรายได้ ผู้ซื้อเองสามารถเลือกซื้อจากผู้ขายรายอื่นได้ ดังนั้นผู้ขายจึงไม่กล้าขึ้นราคาและยอมให้ลดได้(การต่อรองราคา)เพื่อดึงดูดลูกค้า แต่เมื่อเกิดสภาวะบางอย่างขึ้น จะทำให้สินค้าชนิดดังกล่าวกลายเป็นสินค้าเสมือนจำเป็น กล่าวคือ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ที่มีต่อราคามีต่ำลง การขึ้นราคาไม่อาจทำให้ผู้บริโภคหันเหไปซื้อจากผู้ค้ารายอื่นได้มากนักเนื่องจากราคาที่ใกล้เคียงกันถึงแม้จะมีผู้ขายหลายรายก็ตาม ผู้ขายรู้ถึงสภาวการณ์ดังกล่าวจึงสามารถขึ้นราคาได้เต็มที่เพราะรู้ดีว่าผู้ซื้อจำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าดังกล่าวแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติก็ตาม นอกจากนั้นการต่อรองราคาจะทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ และเมื่อพ้นจากสภาวการณ์ดังกล่าว สินค้าจะกลับไปเป็นสินค้าทั่วไปดังเดิม ตัวอย่างของสภาวการณ์ กรณี ราคาของลูกโป่งอัดแก๊สและตุ๊กตาในช่วงรับปริญญา ในช่วงเวลาปกติ ราคาของลูกโป่งจะอยู่ประมาณลูกละ 13 บาท ผู้ขายรับมาขายในช่วงวันก่อนรับปริญญา ขายอยู่ที่ 20 บาท เมื่อถึงวันซ้อมใหญ่และวันรับจริง ราคาลูกโป่งพุ่งขึ้นไปลูกละ 25 บาท การต่อรองทำไม่ได้เนื่องจากผู้ขายรายอื่นขึ้นราคาเช่นกัน การขึ้นราคาเสมือนว่ามีเหตุมีผลเนื่องจากเกิดขึ้นพร้อมกัน และเมื่อหมดเทศกาลรับปริญญา สินค้าดังกล่าวจะกลับไปเป็นสินค้าทั่วไปดังเดิม การขึ้นราคาของลูกโป่งไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งตามกฎอุปทานหรืออุปสงค์ทั่วไป เนื่องจาก Commodity Transformation มีการคำนึงถึงการคาดหวัง (Expectation) จากผู้ขายและผู้ซื้อ การต่อรองราคา ราคาคู่แข่ง และระยะเวลา เข้ามาพิจารณาด้วย 

โดย วรรณพงษ์  ดุรงคเวโรจน์ 
Copyrights in using the contents 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จากเด็กเกรด 1.45 สู่อาจารย์มหาวิทยาลัยในวัย 24 ปี

สินค้าสาธารณะ (Public Goods)

บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (04/01/12)

                Goods หมายถึงสินค้า ซึ่งเราสามารถแยกได้เป็น 4 ชนิด คือ 

1.Private Goods (สินค้าเอกชน) เช่น กระเป๋า ผ้าห่ม ลิปสติก 2. Price – excludable Goods (Toll goods) เช่น ทางด่วน สวนสนุก สวนสัตว์ 3. Congested Goods (Common Goods) เช่น ถนน การตกปลาในมหาสมุทร 4. Public Goods (สินค้าสาธารณะ) เช่น การป้องกันประเทศ ประภาคาร (Lighthouse) และในบางตำรา Public Goods จะประกอบไปด้วย สินค้าสาธารณะแท้ (Pure Public Goods) และ สินค้าสาธารณะไม่แท้ (Impure Public Goods) ซึ่งเราจะกล่าวต่อไป ลักษณะในการกำหนดประเภทของสินค้า 1.Rival หรือการแข่งขัน หมายถึง การเพิ่มขึ้นของผู้บริโภครายใหม่ทำให้ความพึงพอใจของผู้บริโภครายเดิมลดน้อยลง เช่น การที่เรานั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อน 3 คน แล้วมีคนมาขอนั่งด้วย เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกไม่สบาย นั่นคือเป็นเพราะความพึงพอใจของเราลดน้อยลงอันเนื่องมาจากการเข้ามาของบุคคลอื่น ซึ่งหากเปรียบกับสินค้า เช่น หากปกติมีการซื้อขายที่พอดีระหว่างสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง อุปสงค์เท่ากับอุปทาน แต่เมื่อมีผู้บริโภครายใหม่เข้ามาและสามารถแย่งซื้อไปได้ ผู้บริโภคร…

ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Externalities) : สิ่งที่ถูกมองข้ามจากสังคม

-->
บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (31/12/2554) ผลกระทบภายนอก หมายถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่สาม (Third Parties) ที่ได้รับจากการทำธุรกรรม การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน การดำเนินงาน ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กิจกรรมของหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งๆ สร้างผลกระทบที่คนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมนั้น โดยที่ราคาของตลาดไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบภายนอกนี้แม้แต่น้อย ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการดำเนินการแบบไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency) ยกตัวอย่างเช่น การที่เราลงลิพท์มากับบุคคลคนหนึ่งที่ชั้น 25 แล้วกลิ่นตัวเขาก็แรงจนเหม็นคละคลุ้งไปหมด และเขาขอลงที่ชั้น 18 อย่างไรก็ตามกลิ่นตัวของเขาก็ยังคงอยู่ในลิพท์ และเมื่อลิพท์มาถึงชั้น 17 มีคนเข้ามา และพวกเขาก็ได้กลิ่นเหม็นอันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เข้ามาใหม่ย่อมคิดว่ากลิ่นเหม็นนั้นเป็นกลิ่นตัวของคนที่ลงมาซึ่งก็คือเรา ดังนั้นกลิ่นเหม็นจึงเป็นผลกระทบภายนอกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเรา แต่ตกอยู่กับเรา ทั้งนี้ผลกระทบภายนอก มี 2 ประเภท คือผลกระทบภายนอกเชิงบวก (Positive Externalities) และ ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externalities) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. …