ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความยากจนคืออะไร?



ความหมายของความยากจน
                 แต่ละองค์กรก็ให้คำนิยามที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
                 Smith (1776) กล่าวว่าความยากจนไม่ได้หมายถึงเฉพาะการไม่สามารถเข้าถึงสินค้าต่างๆได้ แต่รวมถึงทุกๆอย่างที่ทำให้กลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ
                 Galbriath (1958) กล่าวว่าประชาชนจะยังคบประสบปัญหาความยากจนแม้ว่าจะมีเพียงพอสำหรับยังชีพ แต่หากรายได้ยังคงน้อยกว่าสังคมโดยเฉลี่ย
                  Friedman (1965) พูดถึงความยากจนสัมพัทธ์ว่านิยามของความจนประเภทนี้จะเปลี่ยนไปตามความเป็นอยู่พื้นฐานของแต่ละสังคม เช่น คนที่จนในปี ค.ศ. 1995 มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนที่จนเมื่อปี ค.ศ. 1965
                 Zastrow (1978) นิยามว่า ความยากจนโดยทั่วไปคือการขาดใช้ชีวิตโดยปราศจากเงิน รายได้ต่อปีคือตัวชี้วัดที่นิยมใช้กันมากที่สุด ความยากจนจะเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเมื่อมันทำให้บุคคลถูกมองว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำกว่า ความยากจนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านสวัสดิการ
                 Townsend (1979) นิยามว่า บุคคล ครอบครัว หรือกลุ่มใดๆในประชากรสามารถพูดได้ว่าเป็นคนจนเมื่อพวกเขาขาดทรัพยากรเพื่อที่จะได้มาซึ่งอาหาร ขาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ขาดคุณลักษณะของการใช้ชีวิตและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นปรกติวิสัยหรือถูกยอมรับทั่วกันภายในสังคมที่อาศัยอยู่โดยทรัพยากรของบุคคลเหล่านั้นอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของสังคมโดยพวกเขาถูกกีดกันออกจากการแบบแผนของการใช้ชีวิตที่เป็นปกติ
                 Gordon (2005) นิยามว่า ความยากจนคือการขาดอย่างน้อย 2 ลักษณะใน 8 ลักษณะ ประกอบด้วย ด้านอาหาร โดยมีดัชนีมวลกายมากกว่า 16 ด้านการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด น้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคจะต้องไม่ได้มาจากแม่น้ำลำคลอง และจะต้องมีพร้อมเสมอ ด้านสุขาภิบาล ห้องน้ำจะต้องอยู่ในหรือใกล้บ้าน ด้านสุขภาพ หากป่วยด้วยโรครุนแรงหรือท้องจะได้รับการรักษา ด้านการป้องกัน บ้านจะต้องอยู่อาศัยน้อยกว่า 4 คน และพื้นบ้านจะต้องไม่มีฝุ่น หรือ โคลน ด้านการศึกษา ทุกคนจะต้องเข้าโรงเรียนหรือจะต้องเรียนเพื่อให้อ่านออก ด้านข้อมูล ทุกคนจะต้องสามารถเข้าถึงหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ได้ที่บ้าน และด้านการเข้าถึงการบริการ เช่น บริการทางด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา เป็นต้น
                 การประชุมสุดยอดโลกเพื่อการพัฒนาสังคมที่โคเปนเฮเกน (1995)ให้ข้อสรุปว่า ความยากจนคือสถานการณ์ที่มีลักษณะประกอบด้วยการบกพร่องรุนแรงในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ประกอบด้วย อาหาร น้ำดื่มสะอาด สาธารณูปโภค สุขภาพ การป้องกันภัย การศึกษา และข้อมูล โดยความยากจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายไดอย่างเดียวแต่รวมถึงการเข้าถึงการบริการต่างๆ ความยากจนประกอบไปด้วยการขาดรายได้และปัจจัยที่จะสามาถนำไปพัฒนาต่อ ความหิวโหยและการขาดสารอาหาร สุขภาพไม่ดี ขาดโอกาสทางการศึกษาและการบริการพื้นฐานอื่นๆ อัตราการเสียชีวิตจากโรคสูง การไร้บ้าน สิ่งแวดล้อมทรุดโทรม รวมถึงการกีดกันทางสังคม
                 อภิชัย   พันธเสน (2540) ได้แสดงความเห็นว่า การนิยามความยากจนควรคำนึงถึงมิติซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของความเป็นมนุษย์ ประกอบด้วย ความยั่งยืนหรือความสามารถในการมีชีวิตอยู่ได้ การได้รับความคุ้มครองหรือมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การได้รับความรักและความอบอุ่น การได้รับความเห็นใจและเข้าใจการมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง การพักผ่อนหย่อนใจการได้ทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ การได้รับการยอมรับหรือมีความหมายในสังคมที่เกี่ยวข้อง และการมีเสรีภาพ
                 สหประชาชาติ (2541) นิยามว่า ความยากจนคือปราศจากซึ่งทางเลือกและโอกาส รวมถึงการไม่มีเกียรติในความเป็นมนุษย์ ยังหมายถึงการขาดความสามารถในการเข้าร่วมในสังคม ไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่มีโรงเรียนหรือโรงพยาบาลให้ไป ไม่มีที่ดินสำหรับผลิตอาหาร ไม่มีงานให้เลี้ยงชีพ และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ นอกจากนั้นยังหมายถึงความไม่ปลอดภัย ไม่มีอำนาจ และถูกกีดกันทั้งในระดับบุคคล ครัวเรือน และสังคม มีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง หรืออาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ขาดการเข้าถึงน้ำสะอาดและสาธารณสุขที่ดี
                 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (2546) นิยามว่า ความยากจน หมายถึงความยากจนในเชิงเศรษฐกิจซึ่งพิจารณาที่ระดับรายได้หรือฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคล ว่ามีรายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำหรือมีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพชีวิตขั้นต่ำที่ยอมรับได้ในแต่ละสังคม
                 ธนาคารโลก (2554) นิยามว่า ความยากจนคือการไร้ซึ่งความกินดีอยู่ดีซึ่งรวมหลายๆด้านเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย การมีรายได้น้อย ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดด้วยเกียรติ การมีระดับการศึกษาและสุขภาพต่ำ เข้าถึงน้ำสะอาดและสาธารณะสุขได้น้อย ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีเสียงในสังคม และไม่มีโอกาสที่จะได้มาซึ่งชีวิตที่ดีขึ้น
                 องค์กรอนามัยโลก (ไม่ระบุปี) นิยามว่า ความยากจนคือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง มีข้อมูลด้านสุขภาพที่ไม่เพียงพอ และรวมถึงไม่สามารถเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพได้ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคและความพิการซึ่งสามารถลดการออมของบุคคล ลดความสามารถในการเรียนรู้ ลดผลิตภาพแรงงาน และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง และทำให้ติดอยู่ในความยากจนยาวนาน


รวบรวมโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์

ความคิดเห็น

  1. คนจน จะแปลว่าอย่างไร หรือจะเหมาเอาว่าคือคนที่มีความยากจน เพราะบางแห่งใช้คำคนจนบ่อย ๆ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จากเด็กเกรด 1.45 สู่อาจารย์มหาวิทยาลัยในวัย 24 ปี

สินค้าสาธารณะ (Public Goods)

บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (04/01/12)

                Goods หมายถึงสินค้า ซึ่งเราสามารถแยกได้เป็น 4 ชนิด คือ 

1.Private Goods (สินค้าเอกชน) เช่น กระเป๋า ผ้าห่ม ลิปสติก 2. Price – excludable Goods (Toll goods) เช่น ทางด่วน สวนสนุก สวนสัตว์ 3. Congested Goods (Common Goods) เช่น ถนน การตกปลาในมหาสมุทร 4. Public Goods (สินค้าสาธารณะ) เช่น การป้องกันประเทศ ประภาคาร (Lighthouse) และในบางตำรา Public Goods จะประกอบไปด้วย สินค้าสาธารณะแท้ (Pure Public Goods) และ สินค้าสาธารณะไม่แท้ (Impure Public Goods) ซึ่งเราจะกล่าวต่อไป ลักษณะในการกำหนดประเภทของสินค้า 1.Rival หรือการแข่งขัน หมายถึง การเพิ่มขึ้นของผู้บริโภครายใหม่ทำให้ความพึงพอใจของผู้บริโภครายเดิมลดน้อยลง เช่น การที่เรานั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อน 3 คน แล้วมีคนมาขอนั่งด้วย เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกไม่สบาย นั่นคือเป็นเพราะความพึงพอใจของเราลดน้อยลงอันเนื่องมาจากการเข้ามาของบุคคลอื่น ซึ่งหากเปรียบกับสินค้า เช่น หากปกติมีการซื้อขายที่พอดีระหว่างสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง อุปสงค์เท่ากับอุปทาน แต่เมื่อมีผู้บริโภครายใหม่เข้ามาและสามารถแย่งซื้อไปได้ ผู้บริโภคร…

ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Externalities) : สิ่งที่ถูกมองข้ามจากสังคม

-->
บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (31/12/2554) ผลกระทบภายนอก หมายถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่สาม (Third Parties) ที่ได้รับจากการทำธุรกรรม การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน การดำเนินงาน ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กิจกรรมของหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งๆ สร้างผลกระทบที่คนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมนั้น โดยที่ราคาของตลาดไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบภายนอกนี้แม้แต่น้อย ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการดำเนินการแบบไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency) ยกตัวอย่างเช่น การที่เราลงลิพท์มากับบุคคลคนหนึ่งที่ชั้น 25 แล้วกลิ่นตัวเขาก็แรงจนเหม็นคละคลุ้งไปหมด และเขาขอลงที่ชั้น 18 อย่างไรก็ตามกลิ่นตัวของเขาก็ยังคงอยู่ในลิพท์ และเมื่อลิพท์มาถึงชั้น 17 มีคนเข้ามา และพวกเขาก็ได้กลิ่นเหม็นอันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เข้ามาใหม่ย่อมคิดว่ากลิ่นเหม็นนั้นเป็นกลิ่นตัวของคนที่ลงมาซึ่งก็คือเรา ดังนั้นกลิ่นเหม็นจึงเป็นผลกระทบภายนอกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเรา แต่ตกอยู่กับเรา ทั้งนี้ผลกระทบภายนอก มี 2 ประเภท คือผลกระทบภายนอกเชิงบวก (Positive Externalities) และ ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externalities) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. …