ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การลดความยากจนและการพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศต่างๆ


     
วันนี้ผมนำส่วนหนึ่งของผลการศึกษาในวิทยานิพนธ์ของผม ที่มี อจ.ดร. รสริน โอสถานันต์กุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โดยเป็นผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ 2 (จากทั้งหมด 3 ข้อ โดยข้อสุดท้ายตีพิมพ์ใน EEQEL ในโพสต์ที่แล้ว)
      โดยผลการศึกษานี้ได้ไปนำเสนอ (Conference) ที่งาน "การประชุมวิชาการประจำปีสังคมศาสตร์ มนุษศาสตร์ และศึกษาศาสตร์" ประจำปี พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์

บทความฉบับเต็มจะถูกแสดงในเวปไซต์ www.sh.mahidol.ac.th (เมือทาง editor ขึ้นแล้ว ผมจะโพสต์ลิงค์ในภายหลัง) โดยในส่วนนี้จะแสดงบทคัดย่อครับ

                

บทคัดย่อ

                งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ทิศทาง และแนวโน้มของความยากจน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศต่างๆในโลก และประมาณค่าความยืดหยุ่นของความยากจนต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้วิธีวิเคราะห์ถดถอยด้วยแบบจำลองล็อกเชิงเส้น (Log-linear Model)
                จากกระบวนการศึกษาวิจัยด้วยวิธีการเชิงคุณภาพพบว่าทวีปแอฟริกาใต้สะฮารา ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ มีการลดลงของอัตราความยากจนที่วัดด้วยเส้นความยากจนสากลที่ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันมากที่สุด ถัดไปเป็นทวีปเอเชีย ยุโรป และละตินอเมริกา ตามลำดับ สำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจพบว่าทวีปยุโรปมีการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวสูงที่สุดระหว่างปี ค.ศ. 2003 - 2012 ถัดไปเป็นทวีปเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกาใต้สะฮารา ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ ตามลำดับ สำหรับการพัฒนามนุษย์ พบว่าทวีปเอเชียมีการเพิ่มขึ้นของดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) มากที่สุดระหว่างปี ค.ศ. 1980 - 2012 ตามมาด้วยทวีปละตินอเมริกา แอฟริกาใต้สะฮารา ตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ และทวีปยุโรปตามลำดับ

       การประมาณค่าความยืดหยุ่นของความยากจนที่มีต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจ พบว่าการพัฒนาเศรษฐกิจมีอิทธิพลในการลดความยากจนมากกว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งแสดงให้เห็นว่าระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว หากแต่รวมถึงการถึงพร้อมทางด้านสุขภาพและการศึกษา ผลการศึกษาดังกล่าวสามารถแนะแนวทางสำหรับการออกนโยบายให้เป็นแบบองค์รวม (Integrated Policy) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมรายได้ การศึกษา และสุขภาพไปพร้อมกัน 


เอกสารอ้างอิง

ปวิตรา กบิลพัตร.  (2555).  ความสัมพันธ์ระหว่างความยากจนกับตัวแปรทางเศรษฐกิจของประเทศไทย.     วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

เมธี ครองแก้ว และ ปราณี ทินกร.  (2528).  สภาวะความยากจนและการกระจายรายได้ในประเทศไทย ปีที่   2518/19 และ 2524วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, 3(4), 54-99.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักงานสถิติแห่งชาติ.  (2556).  สัดส่วนคนจน         พ.ศ. 2531 - 2554. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2557, จาก     http://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.aspx?reportid=446&template=2R1C&yeartype=M&subcatid=59

สมชัย จิตสุชน และ เทียนสว่าง ธรรมวณิช.  (2543).  คนจนจนลงอย่างไรจากวิกฤติเศรษฐกิจ.  ความรู้นักเศรษฐศาสตร์   ไทย, 43, 225-252.

Adigun, G.T., T.T. Awoyemi and B.T. Omonoma.  (2011).  Estimating Economic Growth and Inequality         Elasticities of Poverty in Rural Nigeria.  International Journal of Agricultural Economics and             Rural Development, 4(1), 25-35.

Asher, J. and Daponte, B. O.  (2010).  A hypothetical Cohort Model of Human Development.  New               York: UNDP.

Chandy, L. and Gertz, G.  (2011).  Poverty in Numbers: the Changing state of Global Poverty from            2005 to 2015.  Washington D.C.: the Brookings Institution.

Ferreira, F. H.G., Leite P. G., and Ravallion, M.  (2009).  Poverty Reduction without Economic               Growth?.      Washington D.C.: World Bank.

Jamal, H.  (2006).  Does Inequality Matter for Poverty Reduction? Evidence from Pakistan's Poverty               Trends. The Pakistan Development Review, 45(3), 439-459.

Kuznets, S.  (1955).  Economic Growth and Income Inequality.  The American Economic Review,                45,(1).

Orshansky, M.  (1965).  Counting the Poor: Another Look at Poverty Profile. In: Gordon M. Fisher.  (2008).  Remembering Mollie Orshansky - The Developer of Poverty Thresholds.  Social    Security Bulletin, 68(3).

Perrotta, M.  (2010).  Constitutions and the Growth-elasticity of Poverty. Stockholm: Stockholm University.

Ram, R.  (2012).  Income Elasticity of Poverty in Developing Countries: updated estimates from new  data.  Illinois:  Illinois State University.

Ravallion, M.  (2001).  Growth, Inequality and Poverty: Looking Beyond Averages.  Washington:   World     Bank.

Ravallion, M. and Chen, S.  (2008).  The Developing World is Poorer than We Thought, but No   Less      Successful in the Fight against Poverty.  Washington D.C.: World Bank.

Sen, A. K.  (1983).  Development: which way now?.  Economic Journal, 93, 745-62.

Shirai, S.  (2009).  The Impact of the US Subprime  Mortgage Crisis on the World and East Asia.  Retrieved             January 25, 2014, from http://mpra.ub.uni-muenchen.de/14722

Squire, L.  (1993).  Fighting Poverty.  The American Economic Review, 83(2), 377-382.

Stiglitz, E. Joseph.   (2009).  The Great GDP Swindle.  Retrieved August 1, 2012, from                 http://www.theguardian.com/commentisfree/2009/sep/13/economics-economic-growth- and-       recession-global-economy.

Takeda, Y.  (2009).  Economic Growth and its Effect on Poverty Reduction in Russia.  Tokyo: Hitotsubashi  University.

United Nations.  (1990).  Human Development Report.  New York: Oxford University Press.

 _______.  (2013).  Human Development Report.  New York: Oxford University Press.

World Bank.  (2013).  World Development Indicators.  Washington D.C.: World Bank.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จากเด็กเกรด 1.45 สู่อาจารย์มหาวิทยาลัยในวัย 24 ปี

สินค้าสาธารณะ (Public Goods)

บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (04/01/12)

                Goods หมายถึงสินค้า ซึ่งเราสามารถแยกได้เป็น 4 ชนิด คือ 

1.Private Goods (สินค้าเอกชน) เช่น กระเป๋า ผ้าห่ม ลิปสติก 2. Price – excludable Goods (Toll goods) เช่น ทางด่วน สวนสนุก สวนสัตว์ 3. Congested Goods (Common Goods) เช่น ถนน การตกปลาในมหาสมุทร 4. Public Goods (สินค้าสาธารณะ) เช่น การป้องกันประเทศ ประภาคาร (Lighthouse) และในบางตำรา Public Goods จะประกอบไปด้วย สินค้าสาธารณะแท้ (Pure Public Goods) และ สินค้าสาธารณะไม่แท้ (Impure Public Goods) ซึ่งเราจะกล่าวต่อไป ลักษณะในการกำหนดประเภทของสินค้า 1.Rival หรือการแข่งขัน หมายถึง การเพิ่มขึ้นของผู้บริโภครายใหม่ทำให้ความพึงพอใจของผู้บริโภครายเดิมลดน้อยลง เช่น การที่เรานั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อน 3 คน แล้วมีคนมาขอนั่งด้วย เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกไม่สบาย นั่นคือเป็นเพราะความพึงพอใจของเราลดน้อยลงอันเนื่องมาจากการเข้ามาของบุคคลอื่น ซึ่งหากเปรียบกับสินค้า เช่น หากปกติมีการซื้อขายที่พอดีระหว่างสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง อุปสงค์เท่ากับอุปทาน แต่เมื่อมีผู้บริโภครายใหม่เข้ามาและสามารถแย่งซื้อไปได้ ผู้บริโภคร…

ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Externalities) : สิ่งที่ถูกมองข้ามจากสังคม

-->
บทความโดย วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (31/12/2554) ผลกระทบภายนอก หมายถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่สาม (Third Parties) ที่ได้รับจากการทำธุรกรรม การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน การดำเนินงาน ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กิจกรรมของหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งๆ สร้างผลกระทบที่คนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมนั้น โดยที่ราคาของตลาดไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบภายนอกนี้แม้แต่น้อย ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการดำเนินการแบบไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency) ยกตัวอย่างเช่น การที่เราลงลิพท์มากับบุคคลคนหนึ่งที่ชั้น 25 แล้วกลิ่นตัวเขาก็แรงจนเหม็นคละคลุ้งไปหมด และเขาขอลงที่ชั้น 18 อย่างไรก็ตามกลิ่นตัวของเขาก็ยังคงอยู่ในลิพท์ และเมื่อลิพท์มาถึงชั้น 17 มีคนเข้ามา และพวกเขาก็ได้กลิ่นเหม็นอันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เข้ามาใหม่ย่อมคิดว่ากลิ่นเหม็นนั้นเป็นกลิ่นตัวของคนที่ลงมาซึ่งก็คือเรา ดังนั้นกลิ่นเหม็นจึงเป็นผลกระทบภายนอกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเรา แต่ตกอยู่กับเรา ทั้งนี้ผลกระทบภายนอก มี 2 ประเภท คือผลกระทบภายนอกเชิงบวก (Positive Externalities) และ ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externalities) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. …