วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แนวคิด ดัชนีเมืองพัฒนา (Developed City Index, DCI)


     เมื่อดัชนีอย่าง GDP หรือ GNI ไม่อาจสะท้อนความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจเสมอไป รวมถึงไม่สะท้อนเรื่องของความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ ความแตกต่างในแง่ของรายได้ไม่ถูกให้ความสำคัญมากเพียงพอ ผมเลยได้มีแนวความคิดสร้างดัชนีขึ้นมาใหม่ เรียกว่า ดัชนีเมืองพัฒนา (Developed City Index, DCI) 

โดยมีสูตรการคิดว่า

Developed City Index (DCI) : จำนวนจังหวัดหรือรัฐที่พัฒนาแล้ว/จำนวนจังหวัดหรือรัฐทั้งหมด


Range อยู่ระหว่าง 0 – 1

ถ้าเข้าใกล้ 0 หมายถึง ในประเทศนั้นมีเมืองที่พัฒนาแล้วน้อยเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือกับทั้งประเทศ
ถ้าเข้าใกล้ 1 หมายถึง เกือบทั้งหมดของเมืองในประเทศนั้นมีความพัฒนาสูง

ดัชนีดังกล่าวสามารถแสดงความเหลื่อมล้ำภายในประเทศได้ หากประเทศใด มีค่า DCI เข้าใกล้ 1 แปลว่า ประชาชนเกือบทั้งประเทศมีความกินดีอยู่ดีในระดับที่ไม่ต่างกันมาก เพราะพัฒนาเท่าๆกันหมด แต่หากค่า DCI ต่ำหรือเข้าใกล้ 0 ประชาชนมีความแตกต่างกันมาก โดยเมืองที่พัฒนามากมีจำนวนน้อยกว่าเมืองที่พัฒนาน้อยนั่นเอง 

โดยสามารถนำดัชนีนี้ไปทดสอบความสัมพันธ์กับ GDP, Gini Coefficient, และ HDI 
แยกศึกษา ประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed countries/ OECD) กับ ประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า (LDC)



โดยคำจำกัดความของคำว่า เมืองที่พัฒนาแล้ว (Developed City) = รายได้ต่อหัวสูง(ค่าจ้างทั่วไปสูงเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ) สาธารณูปโภคพื้นฐานครบถ้วน(ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถนน) อัตราการอ่านออกเขียนได้สูง สุขภาพของคนโดยรวมสูง 


อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้ยังคงเป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น ไม่มีการต่อยอดงานวิจัยใดใด ในอนาคต หากมีโอกาสที่เหมาะสม เชื่อแน่ว่าจะต้องเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้อีกแน่นอน

ผู้เสนอ: วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์ (7/2/2014)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น